เอียร์โทน คือใคร        เราได้ยินได้อย่างไร
       คำถามตรวจสอบการได้ยิน
       ทดสอบการได้ยิน Online หูขวา
       ทดสอบการได้ยิน Online หูซ้าย
       สาเหตุของหูหนวกหูตึง
       หูตึงในเด็ก
       เรื่องน่ารู้ของหูเด็ก
      อาการ
      การรักษา
      ชนิดของเครื่องช่วยฟัง
      ระบบไร้สายฟังชัดทุกระยะ
      การเลือกเครื่องช่วยฟัง เบื้องต้น
      เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับคุณ
      วิธีใช้และการดูแลรักษา
      คำถามที่ถามบ่อย
      อุปกรณ์ไร้สาย
      แบตเตอรี่
      รีโมทคอนโทรล

 

 

 

 
 
 

โดย น.พ.มานัต อุทุมพฤษ์พร
ภาควิชา โสต ศอนาสิก. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

“ หู ” อวัยวะที่ทำหน้าที่รับฟังทุกเรื่องเราว จนหลายคนละเลยความสำคัญไป แต่หูยิ่ง เล็กก็ยิ่งต้องการการดูแลเอาใจ ใส่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะหูเล็กๆ ของน้องหนู

น.พ.มานัต อุทุมพฤษ์พร เล่าว่า หูเป็นอวัยวะสำคัญของ การได้ยินเพราะการได้ยินเกิดจากคลื่นเสียง เดินทางกระทบแก้วหู ผ่านกระดูกหู ขึ้นมาที่ ประสาทหู มายังสมอง สำหรับในเด็ก การได้ยินจะต่อยอดด้วยการเลียนแบบคำพูด และ พูดได้ตามพัฒนาการ หากเกิดความผิดปกติ เกี่ยวกับการได้ยิน ตั้งแต่เด็กพัฒนาการด้านการพูดก็มีปัญหาตามมา

"เมื่อเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับหู เด็กจะได้ยินน้อยกว่าปกติ หรือถึงขั้นไม่ได้ยินเลย เกิดการเรียนรู้ช้า พูดช้า พูดไม่ ชัด พูดผิดปกติ ส่งผลให้การเรียนด้อยลง เนื่องจากได้ยินครูพูดอธิบายไม่ชัด ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำสำหรับ คุณครู ว่าหากเด็กมีการเรียนรู้หรือพัฒนาการช้าต้องสังเกตว่า เด็กได้ยินหรือมองเห็นดีหรือไม่รวมถึงมี การเลียนแบบ ตามพัฒนการปกติหรือไม่ เป็นต้น"

โรคเกี่ยวกับหูแบ่งได้ 2 ชนิด คือ
1. โรคที่เป็นมาตั้งแต่เกิด เช่น ใบหูเล็ก ไม่มีรูหู หรือ เป็นความผิดปกติของหูร่วมกับความผิดปกติเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ใบหูเล็ก ตาเล็ก ซึ่งพ่อแม่จะเห็นได้ชัดตั้งแต่แรก
2. ความผิดปกติเกี่ยวกับการได้ยิน มีสาเหตุจาก
* แก้วหูผิดปกติ
* ไม่มีกระดูกหู
* ประสาทหูเสื่อม หรือการได้ยินน้อยเป็นการได้ยินด้อยกว่าปกติประมาณ 40-60% แต่ไม่ใช่หูหนวก เพราะหูหนวก คือไม่ได้ยินเลย

Top

โดยที่อาการประสาทหูเสื่อมเกิดจาก
1. โรคที่แม่เป็นขณะตั้งครรภ์ เช่น โรคหัด โรคซิฟิลิส หรือได้รับสารบางอย่างที่เป็นพิษ เช่น การฉีดยา เสตร็บโตมัยซิน และการฉายรังสี ก็จะทำลายประสาทหูของลูกได้

2. โรคที่เกิดขึ้นภายหลัง

2.1 โรคคางทูมใน เด็กวัย 2-3 ขวบ เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งอาจจะทำให้ประสาทหูเสื่อม แต่ถ้าเป็น โรคเชื้อราที่เกิดกับผิวหนัง หรือรูหู จะทำให้คันแต่ไม่ทำให้ประสาทหูเสื่อม เมื่อเชื้อราลอกออกก็หายไป

2.2 โรคติดเชื้อที่มาจากทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เป็นหวัดเจ็บคอแล้วลุกลามขึ้นหู จนเกิดการ อักเสบ

" เมื่อแก้วหูทะลุ โอกาสที่แก้วหูจะงอกกลับมาขึ้นเหมือน เดิมใหม่ ได้สูง เพราะในวัยเด็กฯจะฟื้นได้เร็วกว่าในวัยผู้ใหญ่ "

3. การเล่นตามวัย เช่น ความอยากรู้อยากลองของเจ้าหนูเอง จึง นำวัตถุชนิดต่างๆ ยัดลงหู หรือถูกเพื่อนตบ ถูกกระแทก จนแก้วหู ทะลุได้

4. การอยู่ในภาวะที่หูต้องพบเจอกับเสียงดังมากๆ เนื่องจาก อวัยวะทุกส่วนของเด็กจะทนทานน้อยกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเด็กได้ยินเสียง ดังอยู่ตลอดเวลา เช่น เสียงดังจากรถบนท้องถนน เสียงขึ้นลงของ เครื่องบิน จนถึงเสียงจากโรงงานอุตสาหกรรม แม้แต่เด็กที่พูดคุย โทรศัพท์เป็นเวลานานๆ เช่น ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง เพราะหูถูก กระตุ้นอยู่เป็นระยะเวลานาน หรือเสียงปะทัด เสียงระเบิด ก็จะทำ ให้ ประสาทหูเสื่อมได้ง่าย

ระดับเสียงที่เป็นอันตรายและควรหลีกเลี่ยงสำหรับสุขภาพหูของเด็กจะต้องไม่เกิน 90 เดซิเบล เสียงเครื่องบิน ขึ้นลงในระดับใกล้ประมาณ 120 เดซิเบล เสียงแตรรถ 120 เดซิเบล เสียงรถบนถนนอยู่ที่ 100 เดซิเบล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การวัดความดังของเสียงก็ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากจุดกำเนิดเสียง สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เสียงจะ เดินทางได้ดีกว่ากัน เป็นต้น

5. โรคที่แพทย์ทำให้เกิด โดยปกติเด็กวัย 3-9 ปี มีโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้ง่าย ยาสำหรับ การรักษาและส่งผลต่อประสาทหูเสื่อมก็มีมาก โดยเฉพาะยาฉีด เช่น เสตร็บโตมัยซิน ยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์รุนแรง ดังนั้น ในกรณีที่แพทย์จะฉีดยาให้เด็ก ควรไต่ถามถึงความจำเป็น ซึ่งโดยปกติในเด็กวัยนี้ถ้าไม่ใช่โรคติดเชื้อ แรงๆ แพทย์จะให้ยากินในการรักษาอยู่แล้ว ยกเว้น การฉีดวัคซีนรวมถึงควรหลีกเลี่ยงการฉีดยาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเช่นกัน

6. โรคภูมิแพ้โดยกำเนิด การที่พ่อแม่ถ่ายทอดโรคภูมิแพ้มาสู่ลูก หรือลูกเป็นโรคภูมิแพ้ทีหลัง เนื่องจาก สภาพแวดล้อมที่มีแต่ฝุ่นละออง แพ้ขนสัตว์ ทำให้มีอาการจาม น้ำมูกไหล หายใจลำบาก บางคนหายใจไม่พอ ถ้าแพ้มากๆ ก็เป็นหอบขึ้นมา อาการเหล่านี้อาจทำให้เกิดการอักเสบลามขึ้นไปถึงช่องหูได้
อาการอย่างนี้...ต้องระวัง

Top

* เจ้าหนูเปิดโทรทัศน์เสียงดังขึ้น
* พูดคุยกันในระดับเสียงปกติไม่ค่อยได้ยิน
* หากเกิดอาการอักเสบจะมีกลิ่นเหม็น หรือมีน้ำหนองไหลออกมา
* หากเพียงแตะที่ใบหูเพียงนิดเดียว แต่เจ้าหนูเกิดอาการเจ็บผิดปกติ
ช่องหูด้านในอาจมีหนองหรืออักเสบ

น.พ. มานัต กล่าวฝากในช่วง ท้ายค่ะ ว่า ตามปกติระบบการทำงานของ หูจะสร้างขี้หู
ขึ้นมาอย่างสมดุล เมื่อขี้หูมีปริมาณมากไป ก็จะหลุดเอง โดยธรรมชาติ ขี้หูเป็นสิ่ง ป้องกันไม่ให้ แมลง มด ตัวเห็บ หมัด โคลน และอื่นๆ เข้าหูได้โดยง่าย ดังนั้น ในภาวะ ปกติจึงไม่จำเป็นต้องแคะขี้หูออกมา

Top

 

   
all rights reserved. We are the exclusive distributor for Phonak and Beltone
e-mail :   www.eartone.com
Click to G7 Web site