เอียร์โทน คือใคร        เราได้ยินได้อย่างไร
       คำถามตรวจสอบการได้ยิน
       ทดสอบการได้ยิน Online หูขวา
       ทดสอบการได้ยิน Online หูซ้าย
       สาเหตุของหูหนวกหูตึง
       หูตึงในเด็ก
       เรื่องน่ารู้ของหูเด็ก
      อาการ
      การรักษา
      ชนิดของเครื่องช่วยฟัง
      ระบบไร้สายฟังชัดทุกระยะ
      การเลือกเครื่องช่วยฟัง เบื้องต้น
      เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับคุณ
      วิธีใช้และการดูแลรักษา
      คำถามที่ถามบ่อย
      อุปกรณ์ไร้สาย
      แบตเตอรี่
      รีโมทคอนโทรล

 

 

 

 
 
 

อ.ธีรนุช อิงควิศาล ( Audiologist ) หน่วยโสตประสาท-โสตสัมผัสและอรรถบำบัดวิทยาภาควิชา โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

1. เปิดที่ใส่ถ่าน ใส่ถ่านให้ชั้วบวก (+) ของถ่านตรงกับขั้วบวกของที่ใส่ถ่าน แล้วปิดช่องใส่ถ่านให้สนิท

2. ใส่พิมพ์หูโดยจับบริเวณฐานของพิมพ์หู ขยับหรือดันแบบพมพ์หูให้เข้าไปพอดีกับช่องหู หลังจากนั้นให้คล้องเครื่องไว้ที่ใบหู (เครื่องทัดหลังหู) ถ้าเป็นเครื่องแบบกล่องให้เหน็บตัวเครื่องติดกระเป๋าเสื้อ

3. เปิดเครื่องโดยปรับสวิทช์ไปที่ “M” หรือ “+” แล้วหมุนปรับ ขณะปรับให้นับ 1-10 ใช้เสียงปกติ ปรับจนได้ยินเสียงตัวเองดังพอดี

4. เมื่อเลิกใช้ปิดสวิทช์ไปที่ “O” และถอดเครื่องออกโดยใช่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับบริเวณใบหูของแบบพิมพ์หู และดึงแบบพิมพ์หูออก

5. ถอดถ่านออก เพื่อป้องกันถ่านชื้นหรือเป็นสนิม

6. ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดเครื่อง เพื่อลดปัญหาเรื่องความชื้น

7. เก็บเครื่องใส่กล่อง จัดสายฟังไม่ให้พันกัน (แบบกล่อง) การเริ่มใส่เครื่องช่วยฟัง

Top


ควรเริ่มในขณะที่เด็กอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด อาจเป็นช่วงที่เด็กกำลังเล่นเพลินกับกิจกรรมที่ชื่อชอบโดยเริ่มตามลำดับ ดังนี้

สับดาห์ที่ 1 : เปิดเสียงที่ระดับความดังต่ำๆ ก่อน ใส่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ อาจจะ 20-30 นาที ในขณะที่เด็กเล่นหรือดู ทีวีเพลินๆ (ระยะนี้ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด)

สัปดาห์ที่ 2 : เพิ่มความดังขึ้นเล็กน้อยและเพิ่มระยะเวลาในการใส่นานขึ้น อาจเป็น 1 หรือ 2 ชม. (สังเกตดูปฏิกิริยา ของเด็กด้วย) กระตุ้นให้เด็กฟังเสียงสภาพแวดล้อมต่างๆ ภายในบ้าน

สัปดาห์ที่ 3 : ปรับระดับความดังให้พอดี เพิ่มระยะเวลาการใส่ให้นานขึ้น อาจเป็น 2-3 ชม. (หรือนานเท่าที่เด็กรับ ได้) และกระตุ้นให้เด็กออกเสียงพูด หลังจากนี้ให้ค่อยๆ เพิ่มเวลาการใส่เครื่องช่วยฟังให้ได้นานขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวัน ละ 6 ชม. เป็นอย่างน้อย และพยายามฝึกสอนให้เด็กออกเสียงพูด การใส่เครื่องช่วยฟงนั้น ไม่ได้ทำให้เด็กพูดได้ทันทีที่ใส่ เด็กจะต้องได้รับการฝึกสอนการพูด ทั้งการฝึกฟังเสียงแยก เสียงและออกเสียงพูด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและความอดทน

Top


เริ่มใส่ในช่วงเวลาสั้นๆ วันละหลายๆ ครั้งและค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการใช้นานขึ้นจนใส่ได้ทั้งวัน

1. ควรฝึกการฟังเสียงที่เงียบในบ้าน และเปิดเสียงเบาๆ ก่อน

2. คุยกับคนๆ เดียวในที่เงียบ และขยายไปที่ที่มีเสียงรบกวนบ้าง

3. ดูทีวีรายการที่ฟังเสียงได้ง่าย เช่น ข่าว หรือละครไทย

4. เริ่มฝึกฟังและพูดคุยกับคนหลายๆ คน

5. ฝึกฟังเสียงภายนอกโดยเริ่มจากที่เงียบๆ ก่อน และค่อยๆ ขยายไปที่ที่ดังขึ้น โดยลดระดับความดังลง การใส่เครื่องช่วยฟังในระยะแรกๆนั้นอาจจะยังแยกเสียงไม่ได้ดีนัก ต้องอาศัยการฝึกฟังบ่อยๆ เพื่อให้เกิดการปรับตัว และความคุ้นเคยต่อเสียงที่ขยายผ่านเครื่องช่วยฟัง ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน เมื่อคุ้นเคยแล้วจะทำให้ ท่านมีความสุขในการฟังเสียงจากเครื่องช่วยฟัง

Top

1. ปิดเครื่องทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน และควรเอาถ่านออกจากตัวเครื่อง

2. ระวังอย่าให้เครื่องตก ไม่ควรถือเครื่องสูงจากพื้น ควรเปลี่ยนถ่านหรือทำความสะอาดเครื่องบนโต๊ะ

3. ระวัง อย่าให้เครื่องโดนน้ำ เปียกฝน หรือ โดนน้ำมันใส่ผม เจล สเปรย์ฉีดผม

4. ทำความสะอาดเครื่องโดยใช้ผ้าแห้งเช็ด ห้ามใช้แอลกอฮอล์น้ำ หรือน้ำมัน ทำความสะอาดเครื่อง

5. ควรใช้ถ่านสำหรับเครื่องช่วยฟังโดยเฉพาะ ห้ามนำถ่านนาฬิกามาใช้กับเครื่องเพราะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องเสีย ง่าย

6. เก็บเครื่องช่วยฟังให้พ้นมือเด็ก หรือสัตว์เลี้ยงและอย่าวางเครื่องไว้ในที่อับชื้น,ที่ร้อนหรือเย็นเกินไปเช่น ในรถยนต์ที่จอดตากแดด , ข้างเตาไฟ , หลังตู้เย็น หรือบนเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

7.เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังควรมีการเก็บใส่กล่องดูดความชื้นสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง (ถอด ถ่านออก)

8. ไม่ควรซ่อมเครื่องช่วยฟังเอง เมื่อเครื่องมีปัญหาควรนำกลับมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาล หรือที่บริษัทที่ รับผิดชอบ ปัญหาที่มักพบขณะใส่เครื่องช่วยฟังที่สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองอย่างง่าย

Top


1. ลืมเปิดเครื่อง
2. ใส่ถ่านผิดขั้ว
3. ถ่านหมด
4. ขั้วถ่านขึ้นสนิม
5. สายฟังขาด
6. มีสิ่งสกปรกอุดตันที่พิมพ์หู

1. ถ่านใกล้หมดหรือใช้ถ่านผิดประเภท
2. ระดับการได้ยินอาจเสียเพิ่มขึ้น
3. มีสิ่งสกปรกอุดตันที่พิมพ์หูหรือตัวเครื่องช่วยฟังในช่องหู

1. ไมโครโฟนเสีย
2. เครื่องสกปรกหรือชื้น

1. สายฟังขาด
2.ขั้วต่อของเครื่องกับสายฟังไม่แน่น
3. ส่วนของถ่านที่สัมผัสของถ่านไม่แน่น
4. สวิทช์ปิด-เปิด หรือปุ่มปรับความดังชำรุด

1. แบบพิมพ์หลวม หรือใส่ไม่พอดี
2. ท่อพลาสติดขาด
3. เปิดเครื่องดังเกินไป
4. เปิดเครื่องไว้แต่ไม่ได้ใส่หู
5. เครื่องเสีย

ก่อนที่ท่านจะเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรได้รับการตรวจการได้ยิน ( audiogram ) และได้รับคำแนะนำ จากนักโสตสัมผัสวิทยา ( Audiologist ) ก่อนเพื่อช่วยพิจารณาเลือกแบบและรุ่นของเครื่องช่วยฟังที่ เหมาะสมกับระดับการสูญเสียการได้ยิน ซึ่งจะทให้ท่านได้ประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟังมากที่สุด

Top

   
all rights reserved. We are the exclusive distributor for Phonak and Beltone
e-mail :   www.eartone.com
Click to G7 Web site